ภาวะเงินบาทแข็งค่าในรอบ 4 ปี หลังดอลล์อ่อน

เครือสหพัฒน์ ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ได้ออกมาเตือนถึงค่าเงินบาทที่แข็งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเป็นผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงโดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะมีแนวโนมดีขึ้นก็ตามที การแข็งค่าของเงินบาทอาจส่งผลต่อการส่งออกของพืชผล และส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและชาวชนบท โดยในช่วง 5 เดือนที่ผ่นามามีการขยายตัวของกลุ่มผู้บริโภคเล็กน้อย แต่เคาดว่าจะมีการปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลังจากนี้ เนื่องจากอัตราการว่างงานในประเทศต่ำและจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลก

Thai-baht

ภาวะเศรษฐกิจซบเซา ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย ประเทศเดียวเท่านั้น แต่เกิดขึ้นทั่วโลก เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องหาทางรับมือร่วมกัน เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพฤติกรรมของผู้บริโภค เมื่อผู้คนหันไปซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น โดยภาวะตอนนี้เรียกได้ว่าคนไทยยังคงมีงานทำมีรายได้ แต่ก็ไม่ค่อยจ่ายเหมือนแต่ก่อน ด้วยทั้งหมดนี้เป็นการคาดการณ์ของทางเครือสหพัฒน์ ที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคให้แก่ตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยมีสินค้าทำเงินที่สุดให้บริษัทอย่างเช่นบะหมี่กึงสำเร็จรูปแบรนด์ มาม่า

บริษัทกลุ่มสินค้าส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนามซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 20-30% ของยอดขายทั้งหมด และยังมีการสั่งซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายตามชายแดนที่สามารถสั่งซื้อโดยตรงจากกลุ่มสหพัฒน์ เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศกลุ่มจะจัดงาน Saha Group Fair ครั้งที่ 22 ที่ศูนย์ประชุมไบเทค วันที่ 28 มิถุนายนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม นอกจากนี้เครือสหพัฒน์ ลงนามในหนังสือความร่วมมือระหว่าง บริษัท บีทีเอสกรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และอีกหลายบริษัทที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ให้บริการการชำระเงินผ่านมือถือ Rabbit Line Pay

นายวิชัย กุลสมภพ ประธาน บริษัท สหกิจพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็น บริษัท ย่อยของสหพัฒน์กล่าวว่าความเป็นพันธมิตรนี้ จะรวมถึงข้อตกลงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส บนชั้นวางหรือในตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ โดยจะเริ่มเจาะกลุ่มวิจัยลูกค้าใหม่ ๆ ด้วยวิธีอันชาญฉลาดอย่างการสุ่มแจกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายโดยใช้บริการจัดส่งผ่าน Kerry Express ที่จะส่งถึงหน้าบ้าน
เมื่อหนึ่งใน บริษัท ย่อยของบีทีเอสกรุ๊ปมีโรงแรมหลายแห่งเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทยและต่างประเทศ เราสามารถขยับขึ้นมาขายสินค้าชนิดใหม่ ๆ ได้เช่นผ้าปู ที่นอน และปลอกหมอน

แต่อย่างไรก็ตามภาวะค่าเงินที่แข็งตัวของเราก็เหมือนกับดาบสองคม เมื่อค่าเงินบาทแข็งจะชลอตัวเศรษฐกิจส่งออกอย่างชัดเจน คนที่ลำบากจะเป็นกลุ่มชนชั้นเกษตรกรรม และผู้ส่งออกเป็นหลัก และคาดการณ์ว่าอีกไม่นานสถานการณ์จะกลับมาปกติในต้นปีหน้า ซึ่งต้องติดตามดูกันต่อไป